โซลาร์เซลล์กับค่าไฟแบบ Time-of-Use (TOU) เกี่ยวข้องกันอย่างไร
โซลาร์เซลล์กับค่าไฟแบบ Time-of-Use (TOU) เกี่ยวข้องกันอย่างไร
เป็นอีกครั้งที่เราต้องพูดกันว่าประเทศไทยมีอัตราการใช้ไฟฟ้าในช่วงเวลากลางวันสูง จึงทำให้กระแสของการติดตั้งโซลาร์เซลล์เพื่อประหยัดค่าไฟในช่วงเวลาที่ต้องการมากที่สุดของวัน แต่! วันนี้เราจะมาพูดถึงอีกหนึ่งวิธีการประหยัดไฟจากสิ่งที่เรียกว่า TOU มิเตอร์การคิดค่าไฟที่ลงตัวกับโซลาร์เซลล์
TOU คืออะไร
คำว่า TOU ย่อมาจากชื่อเต็ม Time of Use ซึ่งก็คืออัตราค่าไฟฟ้าที่คิดราคา ‘ตามช่วงเวลาที่ใช้งาน’ ต่างกับการคิดค่าไฟแบบ ‘อัตราก้าวหน้า’ ที่ยิ่งใช้เยอะยิ่งแพงซึ่งเป็นมิเตอร์โดยปกติทั่วไป แต่สำหรับ TOU นั้นจะแบ่งการคิดราคาออกเป็น 2 ช่วง 1.ช่วงที่คนต้องการใช้ไฟเยอะ 2.ช่วงที่คนใช้ไฟน้อย (ซึ่งเดี๋ยวเราจะมาลงรายละเอียดในส่วนนี้กันในส่วนถัดไป) เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นอีกนิด TOU จะเหมาะกับคน 3 ประเภท คนทำงานนอกบ้าน, เจ้าของรถ EV, และ บ้านที่ติดตั้งโซลาร์เซลล์ เพราะว่าเหล่านี้คือคนที่ไม่ได้ใช้งานไฟฟ้าในช่วง On-Peak ซึ่งคือช่วงที่ค่าไฟแพงที่สุดของวัน
หลักการของอัตรา TOU
- ช่วง On-Peak: ช่วงเวลาที่ต้องการใช้ไฟฟ้ามากที่สุด - จันทร์-ศุกร์ (09:00-22:00 น.) - อัตราค่าไฟ ประมาณ 5.2 - 5.8 บาท/หน่วย)
- ช่วง Off-Peak: ช่วงเวลาที่ต้องการใช้ไฟฟ้าน้อยที่สุด - จันทร์-ศุกร์ (22:00 - 09:00 น.) - อัตราค่าไฟ ประมาณ 2.6 - 2.7 บาท/หน่วย)
เสาร์-อาทิตย์ไม่มีช่วง Peak สำหรับอัตราไฟฟ้าแบบ TOU โดยถือเป็น Off-Peak ตลอด 24 ชั่วโมง
- ทำไมการไฟฟ้าจึงมีอัตรา TOU: เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศที่มีอัตราการใช้ไฟฟ้าสูงในช่วง On-Peak จากการเปิดเครื่องปรับอากาศในตอนกลางวัน ทำให้มิเตอร์ TOU เกิดขึ้นเพื่อที่จะได้ลดภาระของระบบผลิตไฟฟ้าในช่วงเวลาที่คนใช้เยอะที่สุด ซึ่งอาจจะเกิดปัญหาเหล่านี้ตามมา หากไม่ทำการกระจายคนใช้ไฟฟ้าไปในเวลาอื่นออกไป เช่น ไฟตก/ไฟดับ เพราะจ่ายไฟฟ้าไม่ทัน และลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้าของประเทศ เพราะเมื่อคนใช้ไฟพุ่งสูง การไฟฟ้าก็ต้องเดินเครื่องโรงไฟฟ้าสำรอง ถ้าเข้าสู่ช่วง On-Peak สูงขึ้นทุกปี ก็จะตามมาด้วยการสร้างโรงไฟฟ้าแห่งใหม่ที่ใช้งบประมาณมหาศาล
- อัตรา TOU แตกต่างจากค่าไฟแบบปกติอย่างไร: สิ่งซึ่งแยก TOU ให้ต่างกับ ค่าไฟแบบปกติ (อัตราก้าวหน้า) คือเรื่องของ ‘ตัวแปรที่ใช้ในการคำนวณราคา’ เมื่อเป็นค่าไฟปกติจะคิดค่าไฟฟ้าจากปริมาณในการใช้งานที่ยิ่งใช้เยอะเท่าไหร่ก็ยิ่งแพงเท่านั้น แต่ TOU จะเป็นเรื่องของเวลาในการใช้ไฟ ง่าย ๆ เท่านั้นเอง
- หลักการผลิตไฟฟ้าของโซลาร์เซลล์: กระบวนการทำงานของโซลาร์เซลล์ถูกเรียกว่า Photovoltaic Effect ที่จะเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์ให้เป็นพลังงานไฟฟ้า โดยเริ่มต้นจากแสงตกกระทบลงบนตัวแผงโซลาร์เซลล์ กระตุ้นให้อิเล็กตรอนในสารกึ่งตัวนำหลุดออกจากวงโคจร จนเกิดเป็น ‘กระแสไฟฟ้าตรง (DC)’ และไฟฟ้านั้นจะถูกส่งต่อไปยัง Inverter เพื่อแปลงให้กลายเป็น ‘กระแสไฟฟ้าสลับ (AC)’ ใช้ภายในบ้าน
- ช่วงเวลาที่ระบบผลิตไฟได้ดีที่สุด: โซลาร์เซลล์จะผลิตไฟฟ้าได้ดีในช่วง 10:00-14:00 น. ซึ่งเป็นตอนที่ดวงอาทิตย์ทำมุมใกล้เคียงกับความตั้งฉากกับพื้นโลกมากที่สุด จนเกิดเป็นความเข้มข้นของแสงที่สูงที่สุดของวัน
- กราฟการผลิตไฟฟ้าของโซลาร์เซลล์ในหนึ่งวัน: สำหรับกราฟการผลิตไฟฟ้าของโซลาร์เซลล์ จะมีลักษณะคล้ายรูปทรง Bell Curve ที่แปรผันตามปริมาณของแสงอาทิตย์ในแต่ละช่วง โดยที่เริ่มตั้งแต่ 06:00 - 09:00 น. ระบบจะผลิตไฟฟ้าเริ่มตามแสงแดดอ่อน ๆ ก่อนจะเข้าสู่ 10:00 - 14:00 น. จุดสูงสุดที่เป็น On-Peak แดดมีความเข้มข้นสูงมากที่สุด และ 15:00-18:00 น. กราฟจะลดลงมาเพราะพระอาทิตย์เริ่มตกดิน
- ช่วง On-Peak มักตรงกับช่วงที่โซลาร์เซลล์ผลิตไฟได้ดี: เพราะว่าโซลาร์เซลล์จะเริ่มผลิตไฟฟ้าในช่วงเช้าเริ่มต้นตั้งแต่เวลา 10:00-14:00 น. ซึ่งตรงกับช่วงเวลา On-Peak ที่เป็นเวลาของการต้องการใช้ไฟฟ้ามากที่สุดของวัน 09:00-22:00 น. พอดี จากตรงนั้นเอง ทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านจะทำการดึงไฟจากโซลาร์เซลล์มาใช้ก่อนโดยอัตโนมัติ ทำให้ไม่ต้องซื้อไฟฟ้าจากการไฟฟ้าในช่วงที่แพงที่สุดมาใช้นั่นเอง
- ยิ่งใช้ไฟช่วงกลางวันมาก ยิ่งเห็นผลการประหยัด: อย่างที่บอกไปว่า หากคุณใช้มิเตอร์แบบ TOU ที่คำนวณไฟตามเวลาการใช้งาน มันจะไม่เหมาะเลยถ้าใช้ไฟฟ้ามากที่สุดในช่วง On-Peak แต่ เมื่อติดโซลาร์เซลล์เข้าไปด้วยทุกอย่างก็จะกลับตาลปัตรไปเป็นอีกแบบ เพราะกลางวันจะพึ่งพาแดดแบกรับการโหลดไฟฟ้าอันหนักหน่วงในตอนกลางวัน ก่อนที่ตอนกลางคืนก็จะสลับไปใช้ไฟฟ้าจากการไฟฟ้ามาใช้ ซึ่งก็เป็นช่วง Off-Peak ไปแล้ว
- แนวคิด Self-Consumption: อีกสิ่งสำคัญคือการที่เราเปลี่ยนมาใช้ TOU ร่วมกับโซลาร์เซลล์ คือหลักการที่เรียกว่า Self-Consumption หรือชื่อภาษาไทยว่า ‘การนำกระแสไฟฟ้าที่ผลิตได้จากหลังคาบ้านตัวเอง มาจ่ายให้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านแบบเรียลไทม์’ เพื่อที่จะผลิตไฟฟ้าใช้เองให้มากที่สุด คิดคำนวณไว ๆ ในทุก 1 หน่วยไฟฟ้าที่ผลิตใช้เองได้ในช่วง On-Peak ที่จะช่วยประหยัดเงินได้ถึง 6 บาท เรียกว่าเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพของจุดคุ้มทุน (ROI) ได้เร็วที่สุด
กรณีที่ 1 : บ้านที่มีคนอยู่บ้านช่วงกลางวัน
บ้านหลังหนึ่งใช้ไฟฟ้าในช่วงกลางวันเป็นหลักโดยที่เปิดแอร์หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าตลอดทั้งวัน ตรงกับ On-Peak จันทร์-ศุกร์ 09:00-22:00 น. พร้อมกับใช้ไฟต่อเนื่องตามปกติในช่วง Off-Peak
โซลาร์เซลล์แบบ On-Grid จะทำการรับภาระของการใช้ไฟหนักทั้งหมดในช่วงกลางวัน โดยที่แทบจะไม่ต้องซื้อไฟในช่วง On-Peak แล้วพอกลางคืน โซลาร์เซลล์หยุดการทำงาน มิเตอร์ TOU ก็จะมารับการใช้ไฟต่อ ทำให้ค่าไฟที่ถึงแม้ว่าเราจะเปิดเครื่องปรับอากาศ แต่พออยู่ในช่วง Off-Peak ก็จะถูกลงอย่างมหาศาล
กรณีที่ 2 : Home Office หรือธุรกิจขนาดเล็ก
เมื่อเป็น Home Office ก็จะใช้งานไฟฟ้าหนักมากในช่วง On-Peak ตั้งแต่เวลา 09:00 - 18:00 น. จันทร์-ศุกร์ โดยที่ช่วง Off-Peak แทบไม่ได้ใช้งานเลยเพราะว่าออฟฟิศปิดเรียบร้อยแล้ว เพราะฉะนั้น เมื่อติดตั้งโซลาร์เซลล์ ก็จะทำให้ช่วง On-Peak เราประหยัดได้อย่างเต็มที่ กลายเป็น Self-Consumption แบบประสิทธิภาพสูงสุด
กรณีที่ 3 : บ้านที่ใช้ไฟหนักตอนกลางคืน
สำหรับบ้านที่ใช้งานหนักในช่วง Off-Peak ตั้งแต่เวลา 22:00 น. เป็นต้นไป เพราะกลางวันไม่มีคนอยู่บ้าน มิเตอร์ TOU จะมาช่วยประหยัดเงินได้เยอะมาก ไม่ว่าคุณจะเปิดเครื่องปรับอากาศหลายห้อง หรือว่าชาร์จรถยนต์ EV ก็ตาม
บทความนี้มีเจตนาเพื่อให้คุณได้ประหยัดพลังงานไฟฟ้าเพื่อตัวเอง และสิ่งแวดล้อมแบบเต็มที่ โดยที่คุณเองก็ยังสามารถใช้ไฟฟ้าที่ตอบโจทย์กับชีวิตประจำวันไม่ว่าจะเป็น On-Peak หรือว่า Off-Peak ก็ตามผ่านมิเตอร์ TOU และโซลาร์เซลล์ อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว เราอยากให้ทุกคนประหยัดค่าไฟได้เร็วขึ้นอีกสักวันก็ยังดี เพื่อที่จะได้ดีไซน์ชีวิตในฝันแบบไม่ต้องกังวลค่าใช้จ่ายต่อเดือนที่สูงอีกต่อไป ด้วยบริการติดตั้งโซลาร์เซลล์ครบวงจร พร้อมรับสิทธิพิเศษสำหรับสมาชิก G H BANK Big Family ที่พร้อมดูแลให้ตั้งแต่วันแรก
หากสนใจยื่นขอสินเชื่อซื้อบ้านมือหนึ่ง บ้านมือสอง หรือปลูกสร้าง กับ ธอส. สามารถกรอกข้อมูลเพื่อรับคำแนะนำด้านสินเชื่อโดยตรงจากผู้เชี่ยวชาญของธนาคารได้ที่นี่ โดยเจ้าหน้าที่จะติดต่อกลับเพื่อให้ข้อมูลอย่างละเอียด และดูแลคุณในทุกขั้นตอนของการขอสินเชื่อ
ธอส. มีทีมผู้เชี่ยวชาญด้านสินเชื่อที่อยู่อาศัย พร้อมให้คำปรึกษา เปรียบเทียบ และนำเสนอทางเลือกสินเชื่อที่เหมาะสมที่สุด เพื่อให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ ติดต่อได้ที่ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ทุกสาขาใกล้บ้าน หรือผ่าน Facebook ธนาคารอาคารสงเคราะห์
ติดตามข่าวสาร และข้อมูลดี ๆ เพิ่มเติมได้ที่ www.ghbank.co.th หรือ GH Bank Call Center : 02 645 9000
v1.7.12